ครูอุดรธรรม

เวลาปัจจุบัน

ลำดับที่เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday266
mod_vvisit_counterYesterday1413
mod_vvisit_counterThis week6164
mod_vvisit_counterThis month18678
mod_vvisit_counterAll1287027
Home โรงเรียนของเรา บริหารวิชาการ วิธีการวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การประเมินภาคปฏิบัติ
วิธีการวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การประเมินภาคปฏิบัติ พิมพ์ อีเมล
( 25 Votes )
User Rating: / 25
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย @minis   

(ที่มาของภาพ wemahidol.mahidol.ac.th/comm/space.php?uid=4&do=thread&id=77)

 

การประเมินภาคปฏิบัติ (Performance Assessment)
วิธีการวัดและประเมินที่ยอมรับกันว่าสอดคล้องกับแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญคือ การประเมินตามสภาพจริง(Authentic Assessment) เพราะเป็นวิธีการที่สามารถค้นหาความสามารถ และความก้าวหน้าในการเรียนรู้ที่แท้จริงของผู้เรียน และยังเป็นข้อมูลสำคัญ
ที่สามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ด้วยการประเมินตาม
สภาพจริง มีลักษณะ ดังนี้
1.   เป็นการประเมินที่กระทำไปพร้อม ๆ  กับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการเรียนรู้
2.   เป็นการประเมินที่เน้นพฤติกรรมการแสดงออกของผู้เรียนที่แสดงออกมาจริงๆ
3.   เน้นการพัฒนาผู้เรียนอย่างเด่นชัด และให้ความสำคัญกับการพัฒนาจุดเด่นของผู้เรียน
4.   เน้นการประเมินตนเองของผู้เรียน
5.   ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสถานการณ์ที่เป็นชีวิตจริง
6.   ใช้ข้อมูลที่หลากหลาย มีการเก็บข้อมูลระหว่างการปฏิบัติในทุกด้าน ทั้งที่โรงเรียน บ้าน และชุมชนอย่างต่อเนื่อง


ดังนั้น การประเมินตามสภาพจริงจึงเป็นการประเมินที่เน้น การประเมินภาคปฏิบัติ (Performance Assessment) โดยมีแฟ้มสะสมผลงาน  ( Portfolio)  เป็นนวัตกรรมการประเมินที่สำคัญและส่งเสริมสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  การประเมินภาคปฏิบัติและการประเมินจากแฟ้มสะสมผลงาน มีรายละเอียดดังนี้
1.    การประเมินภาคปฏิบัติ (Performance Assessment)
การประเมินภาคปฏิบัติ  เป็นการทดสอบความสามารถของผู้เรียน ภายไต้สถานการณ์และ   เงื่อนไขที่สอดคล้องกับสภาพจริงมากที่สุด โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.1   ลักษณะที่สำคัญของการประเมินภาคปฏิบัติ
1)   มีการกำหนดวัตถุประสงค์ของการวัดอย่างชัดเจน
2)   มีการกำหนดวิธีการทำงาน
3)   มีการกำหนดความสำเร็จของงาน
4)   มีคำสั่งควบคุมสถานการณ์ในการปฏิบัติงาน
5)   มีเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน
6)   มีการประเมินพฤติกรรมขั้นสุดท้ายของการปฏิบัติงาน
1.2   สิ่งที่จะประเมิน
1)   การประเมินผลผลิต (product) ผลผลิต ในที่นี้หมายถึง งานที่เป็นผลจากการแสดงหรือ การกระทำของผู้เรียน วิธีประเมินอาจทำได้หลายลักษณะ เช่น พิจารณาจากคุณภาพงาน รูปลักษณะ  ( appearance)  ของงาน และการตรวจสอบว่า งานเป็นไปตามข้อกำหนดที่ตั้งไว้หรือไม่
2)   การประเมินกระบวนการ (process) กระบวนการในที่นี้หมายถึง วิธีการ
ที่ผู้เรียนใช้ดำเนินการเพื่อให้ได้ผลผลิต หรืออาจจะเป็นงานส่วนหนึ่งซึ่งไม่ใช่ผลผลิต การประเมินกระบวนการทำได้ค่อนข้างยาก เพราะธรรมชาติของการประเมินค่อนข้างยุ่งยาก และไม่เป็นปรนัย
การประเมินส่วนใหญ่จะใช้การสังเกต โดยมุ่งดูที่คุณภาพหรือประสิทธิภาพของกระบวนการ
3)   ประเมินทั้งผลผลิตและกระบวนการ
1.3   กระบวนการประเมินภาคปฏิบัติ
ในการประเมินภาคปฏิบัติ ครูผู้สอนอาจใช้วิธีการต่อไปนี้ในการประเมิน คือ
1)   การสังเกต เป็นวิธีการที่ดีในการเก็บข้อมูล พฤติกรรมในด้านการใช้ความคิด การปฏิบัติงาน ลักษณะนิสัย สามารถทำได้ง่ายทุกเวลา ทุกสถานที่ ซึ่งอาจสังเกตโดยมีเครื่องมือหรือ
ไม่มีเครื่องมือก็ได้ ตามความเหมาะสม
2)   การสัมภาษณ์ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้เก็บข้อมูลและพฤติกรรมด้านต่างๆ ได้ดี เช่น ความคิด รู้สึก  กระบวนการขั้นตอนในการทำงาน วิธีการแก้ปัญหา อาจใช้ประกอบในการสังเกต เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มั่นใจยิ่งขึ้น  ควรเตรียมคำถามล่วงหน้าที่เข้าใจง่าย  กระทำได้อย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
3)   บันทึกจากผู้เกี่ยวข้อง  เป็นการรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวข้องกับ
ตัวนักเรียน ผลงานนักเรียน ความรู้ ความคิด ความสามารถและคุณลักษณะพฤติกรรม โดยเฉพาะความก้าวหน้าในการเรียนรู้จากครู จากเพื่อน จากผู้ปกครอง
4)    การรายงายตนเอง เป็นการให้นักเรียนพูด เขียนบรรยาย หรือคำถามอื่นๆ หรือตอบแบบสอบถามที่ครูสร้างขึ้น เพื่อสะท้อนถึงการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งความรู้ ความเข้าใจ วิธีคิด วิธีทำ ความพอใจในผลงาน  ความต้องการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น
5)   แบบทดสอบวัดความสามารถจริง (Authentic Test) ในปัจจุบันใช้ข้อสอบแบบปลายเปิด เน้นให้นักเรียนตอบสนองข้อคำถามในลักษณะการนำความรู้ไปใช้หรือสร้างความรู้ใหม่ จากความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เดิม จากสถานการณ์จำลองที่คล้ายคลึงหรือเรียนแบบสภาพจริง
สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งมีลักษณะ ดังนี้
–    ปัญหามีความหมายต่อผู้เรียน และมีความสำคัญเพียงพอที่จะแสดงถึงภูมิรู้ของนักเรียนในระดับชั้นนั้นๆ
–   เป็นปัญหาที่เลียนแบบสภาพจริงของนักเรียน
–   ครอบคลุมความสามารถและเนื้อหาของหลักสูตร
–   ผู้ตอบสนองใช้ความสามารถ ความคิดหลายๆ ด้านมาผสมผสานและแสดง
วิธีคิดได้เป็นขั้นตอนที่ชัดเจน
–   ควรมีคำตอบถูกหลายคำตอบและวิธีการหาคำตอบได้หลายวิธี
–   มีเกณฑ์การให้คะแนนความความสมบูรณ์ของพฤติกรรมหรือคำตอบ
อย่างชัดเจน
–   เปิดโอกาสให้นักเรียนคิดและเขียนคำตอบเอง
6)   การตรวจงาน เป็นการวัดและประเมินผลเน้นการนำผลการประเมินไปใช้ได้ทันที 2  ลักษณะ  คือ  เพื่อช่วยเหลือนักเรียนและปรับปรุงการสอนของครู ได้แก่ การตรวจแบบฝึกหัด ผลงานภาคปฏิบัติ โครงการ โครงงานต่างๆ เน้นแบบฝึกหัดและผลงานเชิงสร้างสรรค์
1.4   เทคนิคและวิธีการประเมินภาคปฏิบัติ
1)   การประเมินรายบุคคล  เป็นการพิจารณาความก้าวหน้าของผู้เรียนรายบุคคล
ในห้องเรียนหรือในกลุ่ม อาจประเมินโดยอิงกลุ่ม (ใช้มาตรฐานของกลุ่มกับผู้เรียนทุกคน) อิงเกณฑ์       ( ใช้เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าตัดสินผู้เรียนทุกคน)  หรืออิงตนเอง ( ใช้ความสามาถระดับเดิมของผู้เรียนเป็นมาตรฐานเพื่อตัดสินพัฒนาการหรือการปฏิบัติ)ได้
2)   การประเมินกลุ่ม  (Group Assessment) เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของผู้เรียนในสถานการณ์กลุ่ม และตัดสินความก้าวหน้าของพวกเขา ครูอาจให้คะแนนผู้เรียน ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มเป็นรายบุคคลหรือใช้คะแนนบุคคลบวกกับคะแนนกลุ่ม
3)   การประเมินตนเองและเพื่อน (Self – Peer assessment) จะทำให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบ ในการประเมินงานของตนและงานของเพื่อนร่วมห้อง ผู้เรียนได้มีส่วนเข้าร่วมกำหนดเกณฑ์การประเมินด้วย
1.5   ประเภทของเครื่องมือวัดภาคปฏิบัติ แบ่งออกเป็น 4  ประเภท  คือ
1)   การเขียน ( paper and pencil performance) เป็นการวัดการประยุกต์ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเขียน เช่น การเขียนแบบ การสร้างแผนที่ การแปลโจทย์ปัญหาเป็นรูปภาพ
การแต่งกลอน การเขียนโครงงานวิทยาศาสตร์
2)   การจำแนกและระบุกระบวนการปฏิบัติ (identification  test) เป็นการระบุชื่อเครื่องมือ ชิ้นส่วน  ขั้นตอนการทำงานหรือจำแนกสิ่งที่ไม่เหมือนกัน
3)   การสร้างสถานการณ์จำลอง  (simulate  performance)  เป็นการสอบวัดโดยกำหนดสถานการณ์ที่คล้ายสถานการณ์จริงมากที่สุด ให้ผู้เรียนแก้ปัญหา หรือบอกขั้นตอน/วิธีการทำงาน                     เพื่อสร้างงานหรือระงับ/บรรเทาความเสียหาย
1.6   ข้อควรคำนึงในการสร้างแบบวัดภาคปฏิบัติ
1)   รูปแบบการการประเมิน (mode  of  assessment)  เช่น จะใช้การประเมินแบบเขียนตอบ สังเกต บอกเป็นคำพูด ดูการเคลื่อนไหวหรือผสมผสานกัน
2)   รูปแบบการตอบ (mode  of  response)  เช่น จะให้ผู้เรียนตอบด้วยการเขียนตอบ แสดงให้ดู พูด หรือเคลื่อนไหว
3)   วิธีตรวจให้คะแนน (mode  of  scoring) ต้องกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนอย่างชัดเจน
4)   รูปแบบการให้ข้อทดสอบ จะกำหนดสอบเป็นรายบุคคล สอบกลุ่มเล็กๆ (2 – 10 คน) หรือสอบกลุ่มใหญ่  (มากกว่า 10 คน ขึ้นไป)
1.7   เกณฑ์การประเมินภาคปฏิบัติ
เครื่องมือที่ใช้ประเมินเรียกว่า รูบริค (rubric) หมายถึง การสร้างเกณฑ์ขึ้นเพื่อพิจารณาลักษณะของสิ่งสำคัญ ได้แก่  เกณฑ์การให้คะแนน  (scoring  guide)   ซึ่งจะต้องกำหนดมาตรวัด  (scale)  และรายการคุณลักษณะที่บรรยายถึงความสามารถในการแสดงออกของผู้เรียนในแต่ละระดับ ข้อมูลจากรูบริค จะสะท้อนให้ครู ผู้ปกครอง และบุคคลอื่นๆ ได้ทราบว่า ผู้เรียนรู้อะไรบ้าง และทำอะไรได้มากน้อยเพียงใด

ที่มาของบทความ
อุดรธรรมานุสรณ์,โรงเรียน เอกสารเผยแพร่โครงการพัฒนาโรงเรียนสู่มาตรฐาน "การพัฒนาผู้เรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยใช้ฐานกิจกรรม" อัดสำเนา

 

 

 

 

 

ขอทุกท่านมีความสุข

 


โรงเรียนอุดรธรรมานุสรณ์ 430 หมู่ 14 ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000 โทร. 0 4221 4135 โทรสาร 0 4221 4138.